วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

"ขอบคุณที่ร่วมเยี่ยมชม บล็อค a care wang นะคะ"

"ตลาดวังหลัง"
"เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้"
ข้อมูลทั้งหมด และภาพทั้งหมด ทั้งหมดจัดทำขึ้นเพื่อให้ทุกคนสนใจและอยากไปเที่ยวเมืองไทยหรือในกรุงเทพมหานครกันมากๆ เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าเมืองไทยมีดีแค่ไหน กินของไทยใช้ของไทยเศรษฐกิจไม่รั่วไหลแน่นอนคะ อย่าลืมนะคะ ไปเที่ยว "ตลาดวังหลัง" รวมถึงเที่ยวทั่วไทยกันมากๆนะคะ
    

*** หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และขอขอบคุณแหล่องที่มา แหล่งอ้างอิงหรือข้อมูลต่างๆจากทั้งป้าลุงน้าอาในตลาด รวมถึงเพื่อนร่วมทริปในการหาข้อมูลทุกคนด้วยคะ"
   

                                                                                                              Kanticha Thaweepan 5501279

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

พอดีไปที่วัดเบญจมบิตรต่อเลยเก็บภาพมาฝากค่ะ สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
วัดเบญมบพิตร
นั่งเรือข้ามฝากเพื่อกลับมานั่งเรือกลับท่านนท์ หรือไปที่อื่นต่อ(ที่ท่าช้าง)

ก่อนกลับต้องไปนั่งเรือข้ามฝากไปขึ้นเรือกลับ ที่ท่าวัดระฆัง ก็แวะไหว้พระกันสักหน่อยนะคะ
วัดระฆัง

ท่ารถข้ามฝากมีคนมาให้อาหารนก ปลา ทำบุญก่อนกลับบ้าน
หรือไม่เข้าใจจะดูแบบเห็นภาพ

ลิ้งค์วิธีทำเอแคลร์ : https://www.youtube.com/watch?v=m6pYLMvZf4c

ขนมเอแคลร์ เป็นส่วนหนึ่งของที่มาชื่อบล็อคคือ 
คำว่า a care เราจะออกเสียงภาษาไทยว่า เอแคลร์(เจ้าของบล็อคชอบกิน)
ส่วนภาษาอังกฤษ a care จะหมายถึงการแทคแคร์ดูแล
ส่วนคำว่า wang เป็นการนำชื่อของตลาด วังหลังมาแค่คำว่าวัง ชื่อบล็อคเลยมีความหมายในหลากหลายรูปแบบแต่ที่พูดถึงความหมายของบล็อคเกี่ยวกับเอแคลร์เลยได้ไปสืบหาข้อมูลการทำเอแคลร์มาฝากกัน
วิธีทำ เอแคลร์ไส้ครีม 
ส่วนผสมตัวขนม :
- แป้งสาลี 1.5 ถ้วยตวง
- น้ำสะอาด 1.5 ถ้วยตวง
- เนยสด 0.5 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 4 ฟอง
วิธีืำทำ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

A.Claire03
3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 4

A.Claire04
4. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้

A.Claire05
6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป

A.Claire06

ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 44. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป
อันนี้เป็นส่วนผสมไส้นะค่ะ 
ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. ตอกไข่ไก่ทั้งหมดใส่ในภาชนะ ตีให้ฟู เทใส่หม้อพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ ทั้งหมดนำหม้อไปตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลาง คนส่วนผสมในหม้อไปเรื่อยๆ ช้าๆ จนกระทั้ง ส่วนผสมเข้ากันดีมีลักษณะเหนียวข้น จึงนำลงจากเตาพักรอให้เย็น
2. จากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกที่ตัดมุมก้นถุงไว้เหมือนกับถุงที่ใส่ตัวแป้ง
3. นำตัวขนมที่อบสุกแล้วมา ใช้กรรไกรตัดตรงกลางของลูกขนมตามแนวนอน บีบไส้จนไหลออกจากมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้หยอดเข้าไปในช่องของลูกขนมพอประมาณ ปิดเนื้อขนมที่ถูกตัดให้คืนกลับมาแนบติดกัน


cr.http://www.thaismefranchise.com (4 มีนาคม 2557)
ของฝากที่พลาดไม่ได้ขนมต่างๆ ฝีมือคุณยายทำ เช่น ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ขนมปังกรอบ ตราคุณหน่อยเบเกอรี่ ที่ร้านเอแคลร์ ไส้นมสด โกโก้ ใบเตย เสื้อยืด เสื้อผ้า แว่นกันแดด เครื่องประดับ มีให้เลือกมากมาย แต่ที่ชอบมากเป็นพิเศษที่จะนำมาฝากกันคือ เอแคลร์เจ้าอร่อยเจ้านี้



 ซึ่งมีหลายใส่ให้เลือก 
จากนี้ยังมีตลาดเสื้อผ้า รองเท้ามือสองงงงงงงง
รองเท้ามือสอง


เสื้อผ้ามือสอง

รองเท้ามือสอง

ซึ่งล้วนแล้วแต่ราคาถูก บางชิ้นยังดูใหม่อยู่เลยยยย
มีทั้งเสื้อผ้าและของใช้มือหนึ่ง
เสื้อผ้าไทยๆ


กระเป๋าแบบต่างๆ

เสื้อผ้าไซส์ใหญ่

เสื้อยีดหลายแบบง่ายๆ

กระเป๋าแบบแฮนด์เมค

เสื้อผ้าสวยๆ

เสื้อผ้าเด็ก

เคสมือถือ

กระเป๋าแฮนด์เมคสำหรับแม่บ้าน

ร้านขายหนังสือ

ร้านขายเครื่องประดับ


ร้านขายกระเป๋า



ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าราคาถูก สบายกระเป๋า มีทุกอย่างที่ต้องการจริงๆ
และยังมี

ปูอัดเจ้าดัง

ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย
ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย
ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย

ขนมปังทอด





นอกจากนี้ยังมีอาหารแนะนำจากอีกหลายที่ ที่ไม้สามารถเดินทั่วได้เช่นมีร้านอาหารที่เปิดมาเป็นสิบปีอยู่หลายร้าน เช่น บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง บะหมี่ สั่งทำพิเศษ เกี๊ยวแป้งบาง น้ำซุปใสเบาๆ มีขนมซาหริ่ม ทับทิมกรอบขายด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ รสจัดดี มีทั้งเนื้อและหมู ถ้าเนื้อจะชามเล็กๆ หมูจะชามใหญ่กว่า ก๋วยเตี๋ยวแคะ น้ำใส ดั้งเดิมอยู่ที่ไปรษณีย์กลาง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรสดีไม่มีกลิ่นคาว ขนมเอแคร์ลูกเล็กๆน่ารักน่ากิน ขนมปังวังหลัง ขนมปังเนื้อนุ่มออกจากเตาร้อนๆ มีหลายหน้า แต่ที่ฮิตที่สุดก็ต้องหน้ารวมแฮม มีคนมาเข้าคิวรอซื้อกัน อรทัยซูซิ วังหลัง ราคาไม่แพงคุณภาพดีร้านนี้ก็มีแฟนขาประจำมายืนรอรับบัตรคิวเข้าแถวซื้ออีก เหมือนกัน น้ำบลูเลมอนอิตาเลียนโซดา ที่ร้านเจ้าซัน By Salotto Coffee อยู่ต้นซอยด้านถนนอรุณอัมรินทร์ ในตลาดมี ร้านน้ำตกสีดา หนึ่งในสองร้านแรกของตลาดแหงนี้ขายมา 40 กว่าปีแล้ว เมนูที่ทุกคนต้องสั่งก็คือไก่ย่าง ส้มตำ ไก่ย่างแห้ง ส้มตำมีสารพัดแบบให้เลือก ที่เด่นอีกอย่างก็คือ เมนูเนื้อย่าง ที่ลูกค้าประจำจะเรียกเนื้อดำ เพราะไม่ใส่สารใดๆ ยังมีผลไม้ไทยลอยแก้วรสชาติดีให้ลิ้มชิมรสอีกด้วยถัดมาไม่กี่ห้องมี ร้านขาวแกงป้าสินธุ์ อีกร้านเก่าแก่ที่เปิดคู่กันมา นอกจากอาหารทั่วไปที่มีทุกวัน เช่น ไข่พะโล้ ผัดเผ็ด แกงต่างๆ ยังมีอาหารพิเศษประจำวันลูกค้าประจำจะมาซื้อกันแต่เช้า อาทิ วันจันทร์มีแกงคั่วผักบุ้ง วันอังคารมีปลาทูต้มเค็ม เป็นต้น เดินจากตรอกออกมาทางโรงพยาบาลศิริราช มีอีกร้านที่เปิดมากกว่า 40 ปี ร้านหอยทอดตี๋ใหญ่ หอยทอดแป้งกรอบซอสเคี่ยวเองออกรสเปรี้ยวหวานมีความเค็มอ่อนๆ มีก๋วยเตี๋ยวและผัดไทยขายด้วย ผัดไทยมีเส้นทาโร่และเส้นมักกะโรนี เมนูสำหรับคนวัยแรงที่มาเดินเที่ยวตลาดนี้โดยเฉพาะ
cr.“ตลาดวังหลัง (ศิริราช)”  ตลาด.<http://thailand.kapook.com> 18 มกราคม 2557.



และอาหารอีกมากมาย ทั้งนั่งทานแบบในตรอกและซื้อกลับบ้าน
ข้าวหลาม
อาหารบรรยากาศ ตรอกวังหลัง
ร้านก๋วยเตี๋ยว เชลล์ชวนชิม
ร้านอาหารอีสานขึ้นชื่อ

ร้านอาหารอีสานขึ้นชื่อ

เริ่มจาก มีของทั่วๆไปที่ตลาดมี  ทั้งของของกิน  


ทั้งแบบโชว์ห่วยนำเข้า    ผลไม้สด  แจงลอนปลากรายขึ้นชื่อ
ขนมนำเข้า
ผลไม้สดๆ
ผลไม้รถเข็น
แจงลอนปลากราย





เดินทางโดยเรือ กับ เพื่อน. จากท่าน้ำนนท์-ท่าวังหลัง คนละ20บาท (ในรูปนี้เป็นเรือข้ามฝาก3บาท)

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตลาดวังหลัง เป็นย่านเก่าลักษณะเป็นซอยยาวมีตรอกแยกออกไป ปัจจุบันตลาดนี้เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อย และสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองให้เลือกซื้อมากมาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา : 10.00 – 17.00น.

*****หากเบื่อที่จะเที่ยวที่เดิมๆหรือห้างสรรพสินค้า บทความต่อไปจะ


พาไปเที่ยววังหลังแบบทุกซอกทุกมุม ชนิดที่บางคนยังไม่รู้ว่าที่นี่มี


อะไรดี ทำไมต้องแนะนำ Goooooooooooooooooooo*****
มารู้ที่มา ของชื่อ "ตลาดวังหลัง" ก่อนเดินตลาดกัน......
วังหลัง คือ พระราชวังของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่    ในปัจจุบันวังหลังเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า "โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง" ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน



cr.http://www.bts.co.th/customer/th
การเดินทางไปตลาดวังหลัง สะดวกทั้งทางน้ำและทางบก
ทางบีทีเอส:ลงสถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทร ไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช) 
ทางเรือข้ามฟาก :จากท่าช้างและท่าวัดมหาธาตุไปลงท่าวังหลัง
ทางเรือด่วยเจ้าพระยา :ขึ้นที่ท่าพรานนก (วังหลัง)
ทางรถประจำทาง :สาย 19, 57, 81, 146, 149, 169, ปอ.91, ปอ.157 และอีกหลายสายที่ผ่านโรงพยาบาลศิริราช (ลงป้ายหน้าโรงพยาบาล)
เมืองไทยมีตลาดมากมายยยยยยยยย ทั้งตลาดน้ำ ตลาดสด ตลาดที่นู้นที่นี่ ตลาดที่จะแนะนำดังต่อไปนี้ เป็นตลาดที่น่าประทับใจอีกหนึ่งที่ตั้งแต่ไปเที่ยวตลาดหลายตลาดมา นั้นคือ "ตลาดวังหลัง"
ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายรูปแบบทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก แต่ถ้าพูดถึงกรุงเทพ แน่นอนว่าจะต้องนึกถึงวัดวาอาราม พิพิธพันธ์ต่างๆ ซึ่งเราสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งทางน้ำและทางบก แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำดังต่อไนี้ เป็นสถานที่ ที่คนไทยเรียกว่า "ตลาด"