"ขอบคุณที่ร่วมเยี่ยมชม บล็อค a care wang นะคะ"
วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557
ข้อมูลทั้งหมด และภาพทั้งหมด ทั้งหมดจัดทำขึ้นเพื่อให้ทุกคนสนใจและอยากไปเที่ยวเมืองไทยหรือในกรุงเทพมหานครกันมากๆ เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าเมืองไทยมีดีแค่ไหน กินของไทยใช้ของไทยเศรษฐกิจไม่รั่วไหลแน่นอนคะ อย่าลืมนะคะ ไปเที่ยว "ตลาดวังหลัง" รวมถึงเที่ยวทั่วไทยกันมากๆนะคะ
*** หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และขอขอบคุณแหล่องที่มา แหล่งอ้างอิงหรือข้อมูลต่างๆจากทั้งป้าลุงน้าอาในตลาด รวมถึงเพื่อนร่วมทริปในการหาข้อมูลทุกคนด้วยคะ"
Kanticha Thaweepan 5501279
*** หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และขอขอบคุณแหล่องที่มา แหล่งอ้างอิงหรือข้อมูลต่างๆจากทั้งป้าลุงน้าอาในตลาด รวมถึงเพื่อนร่วมทริปในการหาข้อมูลทุกคนด้วยคะ"
Kanticha Thaweepan 5501279
วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557
ขนมเอแคลร์ เป็นส่วนหนึ่งของที่มาชื่อบล็อคคือ
คำว่า a care เราจะออกเสียงภาษาไทยว่า เอแคลร์(เจ้าของบล็อคชอบกิน)
ส่วนภาษาอังกฤษ a care จะหมายถึงการแทคแคร์ดูแล
ส่วนคำว่า wang เป็นการนำชื่อของตลาด วังหลังมาแค่คำว่าวัง ชื่อบล็อคเลยมีความหมายในหลากหลายรูปแบบแต่ที่พูดถึงความหมายของบล็อคเกี่ยวกับเอแคลร์เลยได้ไปสืบหาข้อมูลการทำเอแคลร์มาฝากกัน
วิธีทำ เอแคลร์ไส้ครีม
ส่วนผสมตัวขนม :
- แป้งสาลี 1.5 ถ้วยตวง
- น้ำสะอาด 1.5 ถ้วยตวง
- เนยสด 0.5 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 4 ฟอง
วิธีืำทำ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
A.Claire03
3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 4
A.Claire04
4. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้
A.Claire05
6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป
A.Claire06
ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 44. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป
อันนี้เป็นส่วนผสมไส้นะค่ะ
ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. ตอกไข่ไก่ทั้งหมดใส่ในภาชนะ ตีให้ฟู เทใส่หม้อพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ ทั้งหมดนำหม้อไปตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลาง คนส่วนผสมในหม้อไปเรื่อยๆ ช้าๆ จนกระทั้ง ส่วนผสมเข้ากันดีมีลักษณะเหนียวข้น จึงนำลงจากเตาพักรอให้เย็น
2. จากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกที่ตัดมุมก้นถุงไว้เหมือนกับถุงที่ใส่ตัวแป้ง
3. นำตัวขนมที่อบสุกแล้วมา ใช้กรรไกรตัดตรงกลางของลูกขนมตามแนวนอน บีบไส้จนไหลออกจากมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้หยอดเข้าไปในช่องของลูกขนมพอประมาณ ปิดเนื้อขนมที่ถูกตัดให้คืนกลับมาแนบติดกัน
cr.http://www.thaismefranchise.com (4 มีนาคม 2557)
คำว่า a care เราจะออกเสียงภาษาไทยว่า เอแคลร์(เจ้าของบล็อคชอบกิน)
ส่วนภาษาอังกฤษ a care จะหมายถึงการแทคแคร์ดูแล
ส่วนคำว่า wang เป็นการนำชื่อของตลาด วังหลังมาแค่คำว่าวัง ชื่อบล็อคเลยมีความหมายในหลากหลายรูปแบบแต่ที่พูดถึงความหมายของบล็อคเกี่ยวกับเอแคลร์เลยได้ไปสืบหาข้อมูลการทำเอแคลร์มาฝากกัน
วิธีทำ เอแคลร์ไส้ครีม
ส่วนผสมตัวขนม :
- แป้งสาลี 1.5 ถ้วยตวง
- น้ำสะอาด 1.5 ถ้วยตวง
- เนยสด 0.5 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 4 ฟอง
วิธีืำทำ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
A.Claire03
3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 4
A.Claire04
4. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้
A.Claire05
6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป
A.Claire06
ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. นำเนยสดผสมน้ำสะอาดใส่กระทะตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือด คนให้เนยสดละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
2. นำแป้งสาลีมาร่อนในกระชอนแยกเศษกรวดเม็ดทรายทิ้ง แล้วใส่ผสมลงในกระทะคนไปมาจนแป้งจับตัวรวมกันเป็นก้อนเหนียว และส่วนผสมทั้งหมดในกระทะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน3. นำแป้งที่ได้จากข้อ 2. มาเทลงในกะละมัง รอจนแป้งอุ่น จึงเริ่มตอกไข่ไก่ฟองที่ 1 ผสมลงไป ใช้ที่ตีไข่คลุกเคล้าแป้งและไข่ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ใบที่ 2 ลงไป คนให้เข้ากันเช่นเดียวกับไข่ใบแรกและทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ใบที่ 3 และ 44. เมื่อผสมไข่ไก่หมดแล้วและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี จะทำให้แป้งมีลักษณะเป็นครีม สามารถนำไปอบได้
5. นำถุงพลาสติกขนาดถุงโอเลี้ยงมาตัดที่มุมก้นถุงมุมใดมุมหนึ่ง กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 4. เทใส่ในถุงพลาสติก ไล่อากาศออกจากถุง แล้วปิดปาก ถุงไว้6. จากนั้นนำมาหยอดลงบนถาดอบ (ก่อนหยอดทารองพื้นถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ เพื่อมิให้ขนมติดถาด) โดยบีบส่วนผสมจนไหลออกทางมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้ ขณะที่ส่วนผสมไหลออกจากถุงให้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอยกว้างประมาณ 1 นิ้ว หยอดห่างกัน 1-2 นิ้ว จนเต็มถาด
7. จากนั้น นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ รักษาระดับความร้อนให้คงที่ จนกระทั่งขนมสุกมีสีเหลืองนวล นำออกมาผึ่งรอใส่ไส้ต่อไป
อันนี้เป็นส่วนผสมไส้นะค่ะ
ส่วนผสมไส้ :
- แป้งข้าวโพด 0.5 ถ้วยตวง กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- นมสด 3 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
- วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. ตอกไข่ไก่ทั้งหมดใส่ในภาชนะ ตีให้ฟู เทใส่หม้อพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ ทั้งหมดนำหม้อไปตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลาง คนส่วนผสมในหม้อไปเรื่อยๆ ช้าๆ จนกระทั้ง ส่วนผสมเข้ากันดีมีลักษณะเหนียวข้น จึงนำลงจากเตาพักรอให้เย็น
2. จากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกที่ตัดมุมก้นถุงไว้เหมือนกับถุงที่ใส่ตัวแป้ง
3. นำตัวขนมที่อบสุกแล้วมา ใช้กรรไกรตัดตรงกลางของลูกขนมตามแนวนอน บีบไส้จนไหลออกจากมุมถุงพลาสติกที่ตัดมุมไว้หยอดเข้าไปในช่องของลูกขนมพอประมาณ ปิดเนื้อขนมที่ถูกตัดให้คืนกลับมาแนบติดกัน
cr.http://www.thaismefranchise.com (4 มีนาคม 2557)
มีทั้งเสื้อผ้าและของใช้มือหนึ่ง
| เสื้อผ้าไทยๆ |
| กระเป๋าแบบต่างๆ |
| เสื้อผ้าไซส์ใหญ่ |
| เสื้อยีดหลายแบบง่ายๆ |
| กระเป๋าแบบแฮนด์เมค |
| เสื้อผ้าสวยๆ |
| เสื้อผ้าเด็ก |
| เคสมือถือ |
| กระเป๋าแฮนด์เมคสำหรับแม่บ้าน |
| ร้านขายหนังสือ |
| ร้านขายเครื่องประดับ |
| ร้านขายกระเป๋า
ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าราคาถูก สบายกระเป๋า มีทุกอย่างที่ต้องการจริงๆ
|
และยังมี
| ปูอัดเจ้าดัง |
| ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย |
| ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย |
| ร้านจีน่าน้ำปั่น ที่มีเซเลปดารามีกินมากมาย |
| ขนมปังทอด |
cr.“ตลาดวังหลัง (ศิริราช)” ตลาด.<http://thailand.kapook.com> 18 มกราคม 2557.
วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557
| ตลาดวังหลัง เป็นย่านเก่าลักษณะเป็นซอยยาวมีตรอกแยกออกไป ปัจจุบันตลาดนี้เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อย และสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองให้เลือกซื้อมากมาย |
| เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา : 10.00 – 17.00น. *****หากเบื่อที่จะเที่ยวที่เดิมๆหรือห้างสรรพสินค้า บทความต่อไปจะ พาไปเที่ยววังหลังแบบทุกซอกทุกมุม ชนิดที่บางคนยังไม่รู้ว่าที่นี่มี อะไรดี ทำไมต้องแนะนำ Goooooooooooooooooooo***** |
มารู้ที่มา ของชื่อ "ตลาดวังหลัง" ก่อนเดินตลาดกัน......
วังหลัง คือ พระราชวังของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่ ในปัจจุบันวังหลังเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า "โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง" ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน
วังหลัง คือ พระราชวังของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่ ในปัจจุบันวังหลังเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า "โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง" ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน
cr.http://www.bts.co.th/customer/th
การเดินทางไปตลาดวังหลัง สะดวกทั้งทางน้ำและทางบก
ทางบีทีเอส:ลงสถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทร ไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช)
ทางเรือข้ามฟาก :จากท่าช้างและท่าวัดมหาธาตุไปลงท่าวังหลัง
ทางเรือด่วยเจ้าพระยา :ขึ้นที่ท่าพรานนก (วังหลัง)
ทางรถประจำทาง :สาย 19, 57, 81, 146, 149, 169, ปอ.91, ปอ.157 และอีกหลายสายที่ผ่านโรงพยาบาลศิริราช (ลงป้ายหน้าโรงพยาบาล)
ทางบีทีเอส:ลงสถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทร ไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช)
ทางเรือข้ามฟาก :จากท่าช้างและท่าวัดมหาธาตุไปลงท่าวังหลัง
ทางเรือด่วยเจ้าพระยา :ขึ้นที่ท่าพรานนก (วังหลัง)
ทางรถประจำทาง :สาย 19, 57, 81, 146, 149, 169, ปอ.91, ปอ.157 และอีกหลายสายที่ผ่านโรงพยาบาลศิริราช (ลงป้ายหน้าโรงพยาบาล)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


.jpg)